ข้อบังคับ


ข้อบังคับเบ็ญจะมะมหาราชสมาคม จังหวัดอุบลราชธานี
ว่าด้วย ระเบียบการต่างๆ ของสมาคมฯ
ฉบับแก้ไข พ.ศ.2545
.......................

            เนื่องจากข้อบังคับศิษย์เก่าเบ็ญจะมะ มหาราชสมาคม จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ.2503 ได้มีการแก้ไขครั้งที่ 1  พ.ศ.2525  ซึ่งใช้บังคับมากกว่า 20 ปีแล้วนั้น  ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย สมควรปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงให้ยกเลิกข้อบังคับ ศิษย์เก่าเบ็ญจะมะมหาราชสมาคม จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2525  และให้ใช้ฉบับแก้ไข พ.ศ.2545 นี้แทน

ข้อ 1.    ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับ "เบ็ญจะมะมหาราชสมาคม"  จังหวัดอุบลราชธานี พุทธศักราช 2545  ใช้อักษรย่อนามสมาคมว่า "บ.ม.ส."

ข้อ 2.    ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2545 เป็นต้นไป

ข้อ 3.    สมาคมนี้ใช้เข็มเครื่องหมายเป็นรูปมงกุฎครอบ ร.5 มีอักษรย่อ บ.ม.ส. หรือศิษย์เก่าเบ็ญจะมะมหาราชสมาคมอยู่ข้างใต้ ร.5 และรองรับด้วยดอกบัว หรือมีเครื่องหมายในลักษณะดังกล่าวนี้ในเข็มเดียวกันก็ได้

             เครื่อง หมายของสมาคมนี้ จะปักด้วยไหมหรือดิ้นหรือเป็นโลหะ ฯลฯ สำหรับประดับเสื้อกีฬาของสมาชิกหรือเพื่อกิจการอื่นใดโดยขยายส่วนต่างๆ ของเครื่องหมายให้เหมาะสมกันก็ย่อมทำได้ ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามแบบที่สมาคมกำหนดให้


ข้อ 4.    สมาคมนี้ตั้งขึ้นโดยวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
  1. เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม วัฒนธรรม ศีลธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
    อันดีงาม
  2. เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ระหว่างสมาชิกในกรณีอันควร
  3. เพื่อส่งเสริมการศึกษา
  4. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสมาชิกด้วยการสังสรรค์ การกีฬา การบันเทิงอันชอบด้วยศีลธรรม
  5. เพื่อการกุศลสาธารณะอื่น ๆ

ข้อ 5.    สมาคมนี้ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 600 ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี


ข้อ 6.    สมาชิกของสมาคมนี้ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
  1. สมาชิกสามัญ  ได้แก่ บุคคลที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช หรือครูอาจารย์ในโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช
  2. สมาชิกสมทบ  ได้แก่ บุคคลอื่นที่สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก
  3. สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่ บุคคลที่สมาคมเห็นสมควรและเชิญเข้าเป็นสมาชิก
  4. ยุวสมาชิก  ได้แก่ นักเรียนเบ็ญจะมะมหาราชที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน

ข้อ 7.    บุคคลที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมนี้ ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
  1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่ยุวสมาชิก
  2. เป็นผู้มีศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม
  3. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
  4. เป็นบุคคลที่ไม่เป็นที่รังเกียจของสังคม

ข้อ 8.    การเข้าเป็นสมาชิก ต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยสมาชิกเป็นผู้รับรอง 2 คน พร้อมกับชำระเงินค่าสมัคร 50 บาท และเงินบำรุง 100 บาทต่อปีมื่อชำระค่าสมัครและค่าบำรุงเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ เว้นแต่จะมีการคัดค้านการเป็นสมาชิก ประกาศโดยสมาคม การคัดค้านให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร  ซึ่งคณะกรรมการดำเนินงานจะได้ประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และสมาคมประกาศผลให้ทราบ

ข้อ 9.    การขาดจากสมาชิกภาพ

  1. ตาย
  2. ลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติตามข้อ 7 และข้อ 8 หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม โดยสมาคมมีมติให้ออกเป็นเอกฉันท์

ข้อ 10.    สมาชิกสามัญ สมาชิกสมทบชำระเงินค่าบำรุงปีละ 100 บาท

ข้อ 11.    สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระเงินค่าสมัคร หรือค่าบำรุง

ข้อ 12.    สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบและยุวสมาชิก ต้องชำระเงินค่าบำรุงภายในเดือนมกราคมของทุกๆ ปี

ข้อ 13.    สมาชิกผู้ใดมีความประสงค์ที่จะชำระเงินค่าบำรุงครั้งเดียวตลอดชีพ ก็ให้ทำได้โดยชำระเงินค่าบำรุง เป็นจำนวนเงิน 500 บาท


ข้อ 14.    สมาคมมีรายได้จากเงินค่าบำรุงของสมาชิก การรับบริจาคหรืออื่น ๆ

ข้อ 15.    การรับเงินค่าบำรุงของสมาชิก เงินบริจาค หรือเงินอื่น ๆ ต้องออกใบเสร็จของสมาคมให้ทุกราย

ข้อ 16.    การเก็บรักษาเงิน ให้นำฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารอื่นใดที่คณะกรรมการดำเนินงานเห็นชอบ

ข้อ 17.    การฝากเงินหรือการถอนเงิน ให้นายกสมาคมหรือคณะกรรมการดำเนินงานคนใดคนหนึ่ง ที่ได้รับมอบหมายและเหรัญญิกเป็นผู้ลงชื่อ

ข้อ 18.    การจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้เป็นอำนาจของนายกสมาคมหรือคณะกรรมการดำเนินงานคนใดคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อบังคับ

ข้อ 19.    นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม หรือก่อหนี้ผูกพันสมาคมในครั้งหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเกินกว่านี้ ต้องได้รับมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 20.    ให้เหรัญญิกเก็บรักษาเงินไว้ได้ไม่เกิน 3,000 บาท เหรัญญิกต้องจัดให้มีบัญชีเงินสดบัญชีรับจ่ายและบัญชีอื่น ๆ ตลอดจนทำหลักฐานการเงินให้เป็นปัจจุบัน และเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย

ข้อ 21.    เมื่อสิ้นปีหนึ่ง ๆ ให้คณะกรรมการดำเนินงานมีหน้าที่ทำงบดุลและเลือกผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งอยู่ภายนอกวงการของสมาคม 1 คน เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีการรับ จ่ายเงินของสมาคมเพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่ต่อไป

ข้อ 22.    ให้เลขานุการและนายทะเบียน จัดทำทะเบียนทรัพย์สินต่าง ๆ ของสมาคมไว้เป็นหลักฐานและอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินงาน


ข้อ 23.    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน และไม่เกิน 25 คน เป็นผู้ดำเนินงานของสมาคม โดยเลือกตั้งขึ้นจากสมาชิก ตามมติของที่ประชุมใหญ่

ข้อ 24.    คณะกรรมการดำเนินงาน ให้ประกอบด้วยตำแหน่งต่อไปนี้ นายก อุปนายก เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ การกีฬาและการบันเทิง กรรมการกลาง

ข้อ 25.    การเลือกตั้งนายกสมาคม ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ ตำแหน่งกรรมการอื่น ๆ ให้เป็นหน้าที่ของนายก เป็นผู้แต่งตั้ง ทั้งนี้จากผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในข้อ 23

ข้อ 26.    คณะกรรมการดำเนินงาน อาจเชิญสมาชิกหรือบุคคลภายนอกผู้ทรงคุณวุฒิที่จะอำนวยประโยชน์ให้แก่สมาคมเพื่อแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมาคมได้ ที่ปรึกษานี้มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงและให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาของคณะกรรมการดำเนินงานชุดนั้น ตามข้อ 29

ข้อ 27.    กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดจากสมาชิกภาพ หรือถึงคราวเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่และถ้ากรรมการตำแหน่งใดว่างลงในระหว่างกาล เห็นสมควรจัดตั้งกรรมการใหม่ขึ้นแทน ก็ให้นายกสมาคมตั้งกรรมการผู้หนึ่งผู้ใดขึ้นรับตำแหน่งแทนได้ เฉพาะเวลาที่ยังเหลืออยู่

ข้อ 28.   กรรมการดำเนินงาน เว้นแต่ตำแหน่งนายกและอุปนายก มีสิทธิ์ที่จะเสนอตั้งสมาชิกเป็นผู้ช่วยได้ไม่เกิน 2 คน โดยได้รับอนุญาตจากที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานแต่ผู้ช่วยไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 29.    คณะกรรมการดำเนินงานอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี แต่ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานชุดใหม่ ก็ให้คณะกรรมการดำเนินงานชุดเก่าดำเนินงานไปก่อน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่

ข้อ 30.    คณะกรรมการดำเนินงานเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง จนถึงวันที่คณะกรรมการดำเนินงานชุดใหม่เข้ามารับตำแหน่งแทน และต้องส่งงานให้คณะกรรมการดำเนินงานชุดใหม่ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 30 วัน

ข้อ 31.    กรรมการดำเนินงานชุดเก่า คนใดคนหนึ่งที่พ้นตำแหน่งหน้าที่ไป อาจได้รับเลือกตั้งอีกก็ได้

ข้อ 32.    คณะกรรมการดำเนินงาน มีสิทธิ์ที่จะตั้งบุคคลภายนอกเป็นอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการของสมาคมเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นคราว ๆ ไป


ข้อ 33.    คณะกรรมการดำเนินงาน มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการทั้งปวง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

ข้อ 34.    คณะกรรมการดำเนินงาน มีอำนาจออกคำสั่ง หรือวางระเบียบเพื่อความเจริญเรียบร้อยของสมาคมได้ เว้นแต่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม จักต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนน 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าประชุม

ข้อ 35.    กรรมการดำเนินงานแต่ละคนมีอำนาจที่จะจัดการในหน้าที่ของตนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการดำเนินงาน


ข้อ 36.    ให้จัดให้มีการประชุมใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ในการประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะนับเป็นองค์ประชุมได้

ข้อ 37.    ในการประชุมใหญ่ประจำปี ให้คณะกรรมการดำเนินงานแถลงกิจการของสมาคมที่ได้กระทำมาในรอบปี ให้ผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่ทราบ

ข้อ 38.    ถ้ามีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน เข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญโดยระบุว่าประสงค์ให้เรียกการประชุมเพื่อการใดแล้ว ให้นายกเรียกประชุมได้ภายใน 15 วัน และต้องมีสมาชิกประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะนับเป็นองค์ประชุมได้

ข้อ 39.   ในการลงมติของที่ประชุมสมาชิก ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่จะระบุไว้ในข้อบังคับนี้เป็นอย่างอื่น สมาชิกคนหนึ่งมีเสียง 1 เสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานลงคะแนนเสียงชี้ขาด

ข้อ 40.    ถ้ามีเหตุจำเป็นด่วนที่คณะกรรมการดำเนินงานเห็นสมควรจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ให้นายกสมาคมเรียกประชุมได้ และต้องมีสมาชิกประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะนับเป็นองค์ประชุมได้

ข้อ 41.    ในการประชุมสมาชิก ให้นายกสมาคมเป็นประธานการประชุม ถ้านายกไม่อยู่ให้อุปนายกทำหน้าที่แทนถ้าไม่อยู่ทั้งสองคนให้ที่ประชุมเลือกกรรมการดำเนินงานผู้หนึ่งผู้ใดขึ้นทำหน้าที่ประธานแทนชั่วคราว เฉพาะการประชุมนัดนั้น

ข้อ 42.    วัน เวลา และสถานที่ประชุมทุกคราว ให้นายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้กำหนด

ข้อ 43.    ให้มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสมาคมปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ทั้งนี้ แล้วแต่นายกสมาคมจะกำหนดนัดหมาย และต้องมีกรรมการดำเนินงานมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการดำเนินงานทั้งหมด จึงจะนับเป็นองค์ประชุมได้

ข้อ 44.   การประชุมคณะกรรมการดำเนินงานก็ดีการประชุมใหญ่ประจำปีก็ดี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญก็ดี ให้บันทึกรายงานการประชุมแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน   


ข้อ 45.    เมื่อสมาคมต้องเลิกล้มด้วยประการใด ให้ทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมตกเป็นสมบัติของโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

ข้อ 46.    สมาคมนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางการเมือง หรือพรรคการเมือง

ข้อ 47.    ข้อความใดมิได้ปรากฏในข้อบังคับนี้ หรือถ้ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เกี่ยวกับการตีความตามข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด โดยใช้มติ 2 ใน 3 ของกรรมการผู้เข้าประชุม

Comments